Title: เมื่อไหร่จะใจอ่อนสักที
Author: -nO+n@mE*
Couple: Choi siwon x Lee Hyukjae
Rating: ??
Genre: comedy
Status: short fiction
Author 's note : เป็นฟิกสั้นๆ น้ำๆ รั่วๆ ไม่มีไรมากนะ อ่านขำๆละกัน เอิ๊กซ์~!!



enjoy…



เมื่อไหร่จะใจอ่อนสักที


สวัสดีฮะ ผมอี ฮยอกแจ แต่ตอนนี้ผมขอเปลี่ยนเป็น'ลี'ได้มั๊ยอ่ะ ใช้อีในภาษาไทยมันออกจะน่ากลัวยังไงไม่รู้ ฮ่าๆๆๆ ช่างมันเถอะ ชื่อนั้นสำคัญไฉน คนน่ารักใช้ชื่ออะไรก็ยังน่ารักอยู่วันยังค่ำเนอะ

ประเด็นสำคัญมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นหรอกฮะ มันอยู่ที่ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในโหมดเซ็งอารมณ์อย่างแรง อะไรๆก็ดูจะขวางหูขวางตาผมไปซะหมด อย่างกับประจำเดือนไม่มาอะไรอย่างนั้นแหนะ ขอหัวเราะให้ตัวเองอย่างขมขื่น เหอะๆ

"ฮยอง~ ทำไรอยู่อ่ะ เมื่อคืนเล่นเกมส์มากไปหรอ... นั่งหัวเราะคนเดียวก็ได้ด้วย" ไอหัวฟูนี่มันโพล่มาจากไหนวะ อยู่ๆมันก็กระโดดเกาะผมอย่างกับเห็บ...เอ๋...ถ้ามันเป็นเห็บ ผมก็เป็นหมาอ่ะดิ! ฮ่าๆๆ

"ไม ความสุขฉัน" ผมลอยหน้าลอยตาตอบกลับไป ...ความสุขกะผีอ่ะดิตอบไปได้ แต่ไอวอกนี่ยิ้มแปลกๆ เฮ้ย! ดูตามันเดะ วิ๊งๆด้วยอ่ะ

"นั่นแน่~ คิดถึงอนาคตของเราอยู่อะดิ" แล้วมันก็หัวเราะร่าเลย เหอะๆ อนาคตของเราเรอะ หึๆๆ อนาคตอันดับมืดของแกมากกว่า แง่มๆ =__________________=

"อนาคตของเราสองคนเหรอซีวอน" กัดฟันคลี่ยิ้มหวานให้ มือบางสอดประสานกันหักนิ้วดังกรอดๆ เอาเซ่พูดมาไอฉ่อย ฉันรอเชือดเเกอยู่

"เราก็จะเเต่งงานเเละอยู่เป็นครอบครัวเล็กๆน่ารัก เเล้วก็มีซีวอนจูเนียร์ซัก13คน จะได้ตั้งวงดับเบิลซุปเปอร์จูเนียร์เเข่งกับรุ่นพ่อไง ฮิๆๆ เเล้วต้องให้มีหน้าหล่อๆเหมือนผมน้า ถ้าออกมาเเล้วเหมือนฮยองนี่ ลูกคงรู้สึกเป็นปมด้อยอ่ะ ฮ่าๆๆ"


ปั๊ก!!


กำปั้นงามๆถูกประเคนให้คนที่โอบอยู่ข้างหลังไปทีนึง มันไม่เเรงมากนักเเต่ก็เรียกเสียงโอเว่อร์ได้ไม่น้อย เอื้อมมือลูบหัวตัวเองป้อยๆ ดู๊ดู...ดูทำหน้าเข้า มันน่าหมั่นไส้จริงๆให้ตายเหอะ ใครจะเเต่งงานกับเเกกัน เเล้วผู้ชายบ้านใครท้องได้วะครับ หามาหน่อยกรูจะได้พาไปงานวัด เเกเอาตาปลาเท้าซ้ายคิดเรอะ!!

"ตีผมไมอ่ะ ผมเจ็บน้า" ดวงตาคมช้อนสายตามองคนทำร้ายร่างกายปริบๆ พยายามทำตัวให้น่าสงสารที่สุด ทั้งที่จริงๆเเล้วมันน่าสมเพชเสียมากกว่า เเต่ก็นั่นเเหละ มันก็ทำให้ฮยอกเเจเเอบเป็นห่วงอยู่ครู่นึง...ครู่นึงจริงๆ

"สม! เเบร่~" เเลบลิ้นให้พร้อมกับจะลุกหนี เเต่หนวดอันเหนียวหนึบของซีวอนยังคงเกาะเอวบางไว้ไม่ให้หนีไปไหน ชาติที่แล้วมันคงจะทำบุญมาด้วยกาวตราช้างอย่างดี ชาตินี้เกิดมามือถึงได้หนึบถึงขนาดนี้

"ฮยองอ่า~ ผมเจ็บจริงๆนะ ไม่รู้ว่าหัวจะโนรึป่าวเนี่ย" อ๊ากกก~ สายตาออดอ้อนเเบบนี้ คิดเรอะว่าฮยอกเเจคนนี้จะใจอ่อน ...เหอะ! เออ ก็ได้กรูใจอ่อน ท่าทางมันคงจะเจ็บน่าดูเหมือนกันนะ เเต่เมื่อaction = reaction ดังนั้นมืออันบอบบางของผมก็ระบมไม่เเพ้มันหรอกครับ TT TT;a

"ไหนอ่ะ ฉันตบนายไปเบาๆเองนะ" ผมชะเง้อคอไปดูหัวมัน เเต่ก็ไม่เห็นมีอะไรที่ผิดปรกติเลยสักนิด ไม่มีนอ ไม่มีเขา และก็ยังคงฟูเหมือนเดิมด้วย ฮ่าๆๆ

"ตรงนี้อ่ะฮยอง ผมเจ็บมากเลย" ซีวอนจิ้มนิ้วไปตรงกลางกบาล เบะปากร้องโอดครวญอย่างกับเด็กที่พึ่งเข้าอนุบาล เฮ้อ~ ผมล่ะเหนื่อยใจจริงๆที่มีเเฟนทำตัวไม่รู้จักโตเเบบนี้ ...เฮ้ย!! เดี๋ยวก่อนนะ เมื่อกี๊ผมพูดอะไรออกไป ไม่จริงใช่มั๊ย ไม่จิ๊ง ไม่จิง มันไม่ใช่แฟนผมน้าTT TT ผมยังไม่ยอมรับนะ เพราะผมน่ะเมะ100% ยกเว้น...ตั้งแต่หลายเดือนที่แล้ว อยู่ๆมันก็ตั้งตัวเองเป็นแฟนผมทั้งๆที่ผมก็ยังไม่ทันรู้ตัว ไปป่าวประกาศซะเสร็จสรรพเรียบร้อย มารู้ตัวอีกทีก็หลงผิดคล้อยตามมันไปแล้ว โฮกกกก~!!

"ไหนล่ะวะ!" เรียวนิ้วเล็กเกลี่ยกลุ่มผมหยักศกออก สอดส่ายสายตาหาสิ่งผิดปกติ อารมณ์เหมือนกำลังหาเหาให้เลยอะไรประมาณนั้น มือนึงเกาะอยู่ที่หัวฟู ส่วนอีกมือนึงก็คอยปัดป่ายมือซนที่มาป้วนเปี้ยนแถวๆสะโพกตน จนคนตัวเล็กเริ่มจะมีน้ำโหขึ้นมาบ้าง ...มาบิ้วอารมณ์เคะกรู เดี๋ยวก็ตบซ้ำเลยไอนี่หนิ

"นี่ไง..."


ฟอดดด!


อ๊ากกกกก...มะ...มะ...มันหอมแก้มโผม~ >////< แล้วมันก็วิ่งจู๊ดไปแล้ว ฮืออ~

"อะ...อะ...ไอ้ฉ่อย!! แกศพไม่สวยแน่!!!" วันนี้ถ้ากรูไม่ได้จิกแกให้ตายไปข้าง ก็อย่าเรียกกรูว่าไก่อีกเลย... อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก~!!!



หลังจากที่เดินตามหาเป้าหมายอยู่ทั่วบ้าน ในที่สุดฮยอกแจก็เจอตัวปัญหานั่งแสล๋นหน้า แทรกอยู่ระหว่างเจ้าซาลาเปาบวมน้ำกะลูกเจี๊ยบของมันที่สวนหลังบ้าน พอซีวอนเห็นคนที่มาใหม่เท่านั้นแหละ เขาก็ไปหลบข้างหลังทั้งคู่ทันที

"ฮยองช่วยผมด้วย มีไก่บ้าจะฆ่าผม" นั่นคือกลัวของแกเรอะ หน้าระรื่นกลั้นขำเสียจนตัวสั่นเชียว

"ช่างแกเดะ แล้วแกมายุ่งอะไรกับช้าน~ เห็นมั๊ยว่าคนเค้ากำลังสวีทกันอยู่เนี่ย" ไม่มีท่าทีที่จะสนใจซีวอนแม้แต่น้อย แถมยังทำหน้าเบื่อใส่ให้อีกด้วย ซึ่งพอเยซองปัดรังควานเสร็จปุ๊ป ก็จูงเรียวอุคหายไปปั๊บ ยังไม่ทันให้ใครบางคนแถวนี้ตั้งตัวเลย ...หึๆ แกอยู่คนเดียวแล้ว

"ฉันให้เเกเลือก ระหว่างทีเดียวตาย หรือจะค่อยๆตายอย่างช้าๆ..."ร่างบางย่างกรายเข้าใกล้ซีวอน คลี่รอยยิ้มชั่วร้ายประดับเต็มใบหน้า ดัดมือดัดคอยืดเส้นยืดสายเต็มที่ สูดอากาศบริสุทธิ์จากต้นไม้รอบๆเพื่อเติมพลัง

"เเหะๆ ฮยอง~เเค่ผมเห็นหน้าฮยองผมก็ขาดใจเเล้วครับ"

"..." สายตาเเบบนั้น... เเกจะมามุกไหนของเเก๊

"เพราะผมเห็นหน้าฮยอง ผมก็ช็อคตายเเล้ว ฮ่าๆๆ"


ฟอดดด~!


ร่างสูงกระโจนเข้าช่วงชิงความหอมหวานของพวงเเก้มใสไปอีกฟอดนึง ก่อนจะวิ่งหนีหายไปอีกครั้ง...โทษเเกคูณสองเเล้วไอฉ่อย!!



เเละที่ต่อไปที่ซีวอนหนีไปพึ่งใบบุญคือ เขตอันตรายของบ้านซูจู ที่ซึ่งหากผู้ใดได้ย่างกรายเข้าไปใกล้ อาจจะถูกดูดความสุขไปราวกับผู้คุมวิญญาณ

ผมผงะไปเล็กน้อยเมื่อประตูหน้าตรงหน้าปิดลงตามหลังไวไวของซีวอน ขนเเขนต่างพร้อมใจลุกเกรียวกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ก่อนจะหันไปข้างๆสวดภาวนาขอให้เจ้าที่ตรงราวบันไดคุ้มครองให้เเคล้วคลาดปลอดภัยก่อนท
นึง เเล้วค่อยทำใจดีสู้เสือ ปั้นหน้าเข้มเปิดประตูเดินเข้าห้องตรงหน้าไป

"เจ๊ช่วยผมด้วย มีไก่บ้าจะฆ่าผม" นี่เเกไม่คิดจะสรรหาประโยคที่มันสร้างสรรค์กว่านี้เเล้วหรอ_ _'' เอ๊ะ! หรือว่าไอคนเเต่งมันไม่มีปัญญาเอง อันหลังนี่น่าจะถูกกว่าละมั๊ง ฮ่าๆๆ

"ทะเลาะอะไรกันมาเนี่ย ค่อยๆคุยก็ได้ ไอฉ่อยมันไปกระโดดงับข้าวเปลือกในปากแกกินหรอฮยอกแจ" รู้สึกแปลกๆตะหงิดๆ คลื่นเสียงที่ได้กระทบโสตประสาทมันฟังดูรื่นหูพิกลๆ ไมวันนี้เจ๊แกมาแนวแม่พระได้ล่ะเนี่ย ไม่ด่าด้วย เจ๊ถูกหวยหรอครับ แบ่งย๊อกบ้างดิ$-$

"ช่ายๆ" ได้ทีพยักหน้าสนันสนุน พยายามทำตัวหงอยให้ดูน่าสงสารเป็นพิเศษ ลองคิดภาพว่าผู้ชายตัวโข่งๆนั่งเกาะขอบเตียง โผล่เสี้ยวหน้าขึ้นมาส่งสายตาปริบๆ ราวกับตัวเองเป็นเพื่อนของน้องอินฮวานก็มิปาน ดูดิ๊มันน่าอนาถขนาดไหน นี่ถ้าไม่ติดว่าหล่อนะ คงได้มีอ้วกกันล่ะคราวนี้ เหอะๆ

"แกน่ะหุบปากไปเลยไอห้อย" น้ำเสียงเฉียบขาด(ที่ไม่เคยได้จากฮยอกแจ)จิกด่าซีวอนด้วยใบหน้าเรียบเฉย อารมณ์คงยังอยู่ในโหมดยังไม่ตื่นนอน อาจจะละเมออยู่แน่ๆตอนนี้ เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงไม่ได้ทำให้คนหน้าด้านบางคนแถวนี้กลัวเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งแกล้งยั่วคนตัวเล็กอีกคนที่ยืนหน้าบูดอยู่อีกฝั่งด้วยการแลบลิ้นปลิ้นตาให้เสียอีก

"แน่จริงจับให้ได้ดิฮยอง แบร่~"

"ตายซ้าาาา~"

"โว๊ย! พวกแกเลิกทะเลาะกันซะทีเหอะ ฉันรำคาญ" การกระทำทั้งหมดหยุดลงทันที ทั้งสองคนที่กำลังจะเปิดศึกชะงักค้างกลางอากาศ หล่นตุ๊บลงมาแล้วเปลี่ยนอากัปกิริยามาเป็นกุมมือ ก้มหน้า สงบเสงี่ยมเจี๋ยมเจี้ยมแทน "ฮยอกแจ... แกก็รู้ว่าไอฉ่อยมันไม่เต็ม แกก็ยอมๆมันไปเหอะ"

"อ่าวเจ๊ ไมพูดแบบนี้อ่ะ"

"ก็หรือไม่จริง หึ... ฉันให้แกเข้ามาหลบภัยแล้วแกยังจะมาหือกับฉันอีกหรอหะ!" สายตาอาฆาตจ้องเขม็งไปยังคู่สนทนา กัดริมฝีปากแยกเขี้ยวออก และด้วยสมองอันฉลาดปราดเปรื่องของลีฮยอกแจ จึงใช้โอกาสอันดีแบบนี้ให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง

"ฮยอง...ผมมีไรจะบอกฮยองอ่ะ"

"อะไร ว่ามาดิ" เจ๊แกทำท่าเหมือนไม่ใสใจผม แถมยังมีหน้ามาดึงผ้าห่มคลุมโปงนอนต่ออีกแหนะ ชิ!สนใจเด็กน่ารักคนนี้หน่อยเซ่ -*-

"ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่...เมื่อวานผมเห็นไอฉ่อยมันไปหม้อสามีฮยองเท่านั้นเอง…" ว่าจบก็รีบสาวเท้าออกมานอกห้อง ลูบอกตัวเองพลางผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก สอดส่ายสายตาสำรวจอวัยวะว่ายังอยู่ครบสมบูรณ์ แล้วจึงค่อยยืนพิงพนังรอรับศพซีวอนอย่างอารมณ์ดี


กึก!


"แกไปยุ่งอะไรกับไอเอ๋อฉันห๊ะ ไอหูดำ!!!" เปลวไฟโชติช่วงและรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างบนเตียงที่สะดุ้งตัวขึ้นมา ดวงตาวาววับไปด้วยโทษะ ไอมฤตยูลอยคละคลุ้งไปทั่งบริเวณ

"ว๊ากกกกกกก~ ผมขอโทษครับเจ๊~"

ก๊ากๆๆๆ ซะใจๆๆๆ ...อ้าวเฮ้ย! o-O!! แกออกมาได้ไงวะเนี่ย ไอโข่งมันออกมายืนหัวฟูดึงลูกบิดประตูอย่างข้างนอกอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยมีเสียงอันน่าสยดสยองดังโวยวายอยู่ด้านในเป็นซาวด์แทร็กประกอบ โถ๋~ประตูน้อยที่น่าสงสาร ขอให้แกจงไปดี อาเมน...

"นายออกมาได้ไงเนี่ย?" ถามออกไปอย่างทึ่งๆ มันสามารถรอดพ้นเงื้อมืออสูรกายที่อาละวาดอยู่ข้างในนั้นออกมาได้เยี่ยงไร โอ้วว๊าว~ สุดยอด! ข้าน้อยขอคาราวะงามๆให้หนึ่งที

"ขุดดินออกมามั๊ง ขายาวซะอย่าง ก็วิ่งออกมาดิ" เมื่อได้ฟังดังนั้นฮยอกแจจึงสบถพึมพำอยู่คนเดียวอย่างเซ็งๆด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ ก้มหน้าลงสักครู่ก่อนจะเงยขึ้นมาแสยะยิ้มให้คนตรงหน้าช้าๆ ซึ่งซีวอนก็คงจะรู้ชะตาตัวเองดี จึง...


ฟอดดดด!


แล้วก็วิ่งหนีไปอีกครั้ง...

อ๊ากกกกก~! นี่แกแต่งอะไรของแกห๊ะ หนุกมากนักหรือไงที่แกล้งคนน่ารักอย่างผมอยู่ได้น่ะ โถ๋~ ย๊อกกี้ผู้แสนบอบบาง โดนไอคนแต่งโรคจิตปู้ยี่ปู้ยำอย่างโหดร้ายทารุณ จบเรื่องนี้ผมคงไม่เสียเอกราชเลยเรอะ!



จากที่ยืนไถกำแพงครวญครางอยู่คนเดียวคนเป็นที่พอใจ ผมจึงได้ฤกษ์ออกมาจัดการกับเจ้าตัวปัญหาต่อเสียที แล้วสายตาอันเฉียบค๊มเฉียบคมก็เหลือบไปเห็นเป้าหมายวิ่งไปทางห้องครัว แต่ดูเหมือนว่าซีวอนจะไม่สามารถเข้าไปในนั้นได้ แถมยังเหมือนโดนอะไรบางอย่างกระแทกจนตัวลอยออกมาอีกต่างหาก และเมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้เท่านั้นแหละ…


อั่ก!!


"โอ๊ย~" ลำแขนเล็กยันตัวขึ้นมองไปยังบาเรียสีชมพูที่เปร่งแสงออกมาจากห้องครัว ลำแสงแห่งความชื่นมื่นนั้นทำเอาแสบตาไม่น้อย พยายามเบิ่งตามองเข้าไปภายในก็พบไอน้องสิบสามกับที่รักของมัน กำลังทำอะไรอยู่ไม่รู้ ไม่คิดจะสนใจ หันมาสนใจตัวเองดีกว่า ปากกำลังจะอ้าโอดครวญกับความเจ็บปวดที่ได้รับ หากแต่ไม่มีเสียงออกมาแม้แต่น้อย ไม่ใช่ว่าล้มจนไปกระแทกเส้นเสียงขาดแต่อย่างใด ไม่ได้เป็นใบ้ไปชั่วขณะ แต่เป็นเพราะว่าไม่เจ็บต่างหาก

เอ๊ะ...แล้วทำไมผมไม่เจ็บล่ะ

"โอ๊ย~ ฮยอง...กี่โลเนี่ย หนักชะมัดเลย" ร่างสูงยันตัวเองขึ้นนั่ง พิงหลังกับโซฟาตัวนุ่มไว้ เอื้อมมือไปลูบหลังตัวเองพลางทำหน้าเหยเกอย่างโอเว่อร์เกินเหตุ ทำเอาอีกคนอดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้ จึงจัดการฝากรอยมืองามๆไว้บนตันแขนแข็งแรง แล้วค่อยงอนตุ๊บป่อง กอดอกเบือนหน้าไปทางอื่น

"หยาบคายมาก ตัวฉันออกจะเบาหวิวปลิวลมนะ" ผมสะบัดหน้าอีกที แต่ตัวก็ยังคงนั่งคร่อมไอโข่งนี่อยู่ ไม่ลุกไปไหน ...นั่งคร่อม...นั่งคระ...เฮ้ย!! นั่งคร่อมหรอ!! ผมพึ่งรู้สึกถึงท่านั่งอันสุดแสนพิสดารของเราสองคน แล้วก็เหมือนว่าหน้ามันร้อนขึ้นมาทันที ยังไม่ทันที่จะได้คิดทำอะไร สายตาวิบวับกับรอยยิ้มชั่วร้ายของปีศาจหื่นเจ้าเก่าก็ถูกส่งมาจากใบหน้าอันหล่อไม่เสร็จอีกครั้ง แววตากรุ่มกริ่มเหมือนจะทำให้ใครบางคนทำอะไรไม่ถูกไปเลย

"ฮยอง~ นั่งแบบนี้...ยั่วผมหรอ" น้ำเสียงและวงแขนอบอุ่นรั้งให้คนตัวเล็กไม่สามารถหนีไปไหนได้ แรงทั้งหมดที่ถูกสูบหายไปด้วยแววตาคมกริบนั้นทำให้ร่างบางไม่มีเรี่ยวแรงที่จะขัดขืน ได้แต่นั่งตาเหลือกเมื่อระยะห่างระหว่างหน้าเขากับซีวอนมีความกว้างเพียงแค่ขนาดเมล็ดข้าวเปลือกเท่านั้น!

"..."ขิน...คือความรู้สึกเดียวในตอนนี้ ใบหน้าแดงก่ำก้มหน้างุดกับอกคนตรงหน้า อุ้งมือเล็กขยุ้มที่อกเสื้ออีกคนไว้แน่น ใจดวงน้อยกำลังเต้นเป็นจังหวะแร็พอย่างเมามันส์ โดยที่ไม่รู้ว่ามันทำให้เจ้าของควบคุมตัวเองไม่อยู่ขนาดไหน

"ผมขอนะครับ ฮยอง" ราวกับโดนสะกดจิต ฮยอกแจพยักหน้าตกลงด้วยสติสัมปชัญญะอันขาดๆหายๆ เฮ้ย! มันขออะไรวะ!! ก่อนที่จะรวบรวมดึงสติทั้งหมดกลับมาได้ทัน สัมผัสอุ่นก็แตะลงเบาๆที่ริมฝีปากบาง ค่อยๆเบียดให้แนบแน่นไม่ให้เหลือช่องว่างหายใจ ดูดเอาพละกำลังที่ยังพอหลงเหลืออยู่บ้างให้เคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัส ความหอมหวานของมันทำให้คนน่ารักแทบละลาย กว่าเนิ่นนานที่คนฉวยโอกาสจะละออกมาอย่างเสียดาย แววตาเจ้าเล่ห์เมื่อครู่กลายเป็นละห้อยลงทันที

...ม้ายน้าาาา~ เมื่อกี้ผมไม่ได้เคลิ้มน้าา~ แต่...เฮ้ย! ผมเอามือไปโอบรอบคอมันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย อ๊ากกกกกกก~ ไม่จริงใช่ม๊าย~ TToTT

"ฮยอง..." อยู่ๆซีวอนก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันสั่นเทา เม้มริมฝีปากแน่นเหมือนชั่งใจอะไรบางอย่าง แล้วจึงค่อยช้อนสายตาจ้องมองคนตรงหน้าด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก

"อะไร" เห็นหน้ามันแล้วน่าหมั่นไส้จริง

"คือว่า..."

"ไรเล่า จะพูดไรก็พูดมา" ก็พูดๆมาเซ่ อย่ามาทำเป็นอ้ำๆอึ้งๆ แง่ม...รองเท้ากรูเข้าไปขัดกล่องเสียงแกหรือไง เดี๋ยวแม่ก็กระโดดเอาหงอนฟาดให้มันออกมาหรอก

"คือตอนนี้...ฮยองหน้าแดงเหมือนไก่โดนลวกเลยอ่ะ ฮ่าๆๆ" ที่แท้เสียงสั่นๆนั้นคือพยายามกลั้นหัวเราะไว้นั่นเอง ไอนี่...รู้จักฤทธิ์อึนฮยอกน้อยไปซะแล้ว…

พลั่ก!!


นั่นไม่ใช่เสียงผมตบมันนะ แต่เป็นเสียงมันผลักผมตกพื้นต่างหาก โฮกกกก เจ็บ! แล้วมันก็...

ฟอดดดด~! พร้อมกับวิ่งหนีไปอีก

ตอนนี้หน้าผมคงแดงยิ่งกว่าหัวเจ๊ตอนdon't donแล้วล่ะครับ เหอะๆ



"มาแล้วๆ กลับมาแล้ว" และแล้วก็มีเสียงสวรรค์ทรงโปรดดังขึ้นมา ฮันเกิงเปิดประตูบ้านเข้ามาพร้อมกับถุงใบใหญ่เต็มสองมือ หน้าหล่อๆที่ประดับด้วยแว่นสีควันบุหรี่มีเหงื่อเกาะน้อยๆ ทั้งๆที่ใกล้เข้าหน้าหนาวแล้วแท้ๆ แต่ดันมีเหงื่อแบบนี้ แสดงว่าคงไปวิ่งมาราธอนหลบพวกแฟนคลับมาแน่ๆ คิกคิก

"ฮยองงงง~" ส่วนฮยอกแจที่หงายท้องเกาพุงอยู่แถวนั้นก็ไม่รอช้า รีบปรี่เข้าไปหาทันที ไม่ใช่อะไรหรอกนะ แต่เป็นเพราะว่ากรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะมันเรียกร้องต่างหาก จะมั่วรอช้าอยู่ใยเล่าในเมื่อมีขุมทรัพย์อยู่ตรงหน้า เรื่องไอฉ่อยนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ ขอเต็มพลังหน่อยแล้วกัน

"ไปทำอะไรมาน่ะเรา เหงื่อซกเชียว" ฮันเกิงวางของทั้งหมดไว้บนพื้น จัดแจงถอดแว่นออกเสียบไว้ตรงคอเสื้อ แล้วยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อให้อีกคน ...เหงื่อจากการวิ่งไล่ไอ้สิงโตหื่น โดยไม่คิดสนใจจะเช็ดหน้าของตนเองเลย โอ้ว~ พระเอกของฮยอก อยากให้ฟิกเรื่องนี้เป็นฮันย๊อกจริงๆเลย T^T

ก่อนที่ผมจะเพ้อไปมากกว่านี้ ผมก็เหลือบไปเห็นไอหัวฟูมันแอบมองพวกผมอยู่ตรงเสาข้างบันได คิดว่าตัวเองตัวเล็กนักหรือไงหะ ถึงได้ไปหลบหลังเสาอันเท่าแขนเด็กป.4แบบนั้นน่ะ ...ฮาฮ่า! ผมคิดอะไรดีๆออกแล้ว หึหึหึ

"ฮยองงงง~" เสียงหวานเอ่ยออดอ้อนชายหนุ่มตรงหน้า เอื้อมแขนกอดเอวพี่ชายแสนน่ารักของตนไว้ พร้อมกับเอาหัวไถไปไถมาบนแขนที่ถูกปกคลุมด้วยเสื้อยืดแขนสั้นตัวเก่ง ฮันเกิงจึงโน้มตัวลงเขี่ยปอยผมที่ปรกหน้าใสออกทัดหูให้อย่างอ่อนโยน

"ว่าไงครับ" โฮก! ร่างบางแทบจะละลายไปกับรอยยิ้มนั้น แล้วยังฝ่ามืออบอุ่นที่ลูบอยู่บนหัวตนอีก อ๊ากกกก~ ซีวอน...ฉันขอโทษนะ ถ้าตอนจบมันจะกลายเป็นฮันย๊อกจริงๆ!

"ผมหิวแล้วอ่ะ" ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มหวานออกมาให้บ้าง พร้อมกับส่งสายตาที่พยายามทำให้เหมือนเวลาที่ไอ้กระต่ายน้อยมันอ้อนไอ้เด็กแก่แดดของมัน

"ฮ่าๆ นึกว่าอะไร งั้นก็ไปทานกันเถอะเนอะ ฮยองซื้อมาเยอะเลย" แล้วฮันเกิงก็พาฮยอกแจเข้าห้องครัว โดยผ่านบาเรียสีชมพูนั้นเข้าไปได้อย่างง่ายดาย



"อรุณสวัสดิ์มินนี่ ฮยองซื้อของกินมาเยอะเลย มาทานกันซิ" สิ้นคำเจ้าปุ๊กลุกก็รีบละออกจากคุณชายลักกี้ทันที ทำเอาคยูฮยอนที่ปกติเอ๋ออยู่แล้ว ยิ่งเอ๋อหนักเข้าไปอีก ก๊ากกกๆๆๆ

แต่พอซองมินหาของที่ต้องการได้แล้ว ก็รีบวิ่งดุ๊กดิ๊กกลับไปนั่งประจำที่เดิม จากคนที่นั่งหง๋อยเมื่อกี้ กลับมาระริกระรี้หางกระดิกได้เหมือนเดิม เหอะ เซ็งเป็ดกันเลยทีเดียว -*-

เออ...คุณเคยสงสัยมั๊ยว่าทำไมต้องเซ็งเป็ด ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องโทษเป็ด เป็ดมันไปทำอะไรให้ใครหรือปล่าว? ...ก็ไม่ แล้วทำไมอะไรๆก็ต้องโทษมัน เซ็งมันบ้างล่ะ เช็ดมันบ้างล่ะ หรือถ้าหยาบคายหน่อยก็อาจจะข่มขืนมัน แล้วอย่างงี้เป็ดมันจะทนได้หรอ? แล้วถ้ามันน้อยใจ...มันจะไปเป็นเป็ดย่างในเอ็มเคให้เรากินอีกมั๊ย? งั้นเรามาเปลี่ยนกันมะ เปลี่ยนจากเป็ดเป็นสัตว์อย่างอื่น อย่างเช่น อีกัวน่า ลิงชิมแปนซี หรือนกฟลามิงโก อะไรทำนองนี้อ่ะ ดูดีกว่ากันมั๊ย? ...เซ็งกวางเรนเดียร์!


อะแฮ่มๆ นอกเรื่องไปนาน กลับเข้าเรื่องดีกว่า เอิ๊กซ์

หลังจากที่คุ้ยหาอะไรเพื่อจะยัดลงท้องได้แล้ว ฮยอกแจจึงหันกลับไปอ้อนสุดที่รัก(?)ต่อ

"ฮยอง~ ป้อนหน่อยจิ"

"อ่ะ อ้ำๆ" ง่ำๆ นี่เป็นข้าวที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลยขอบอก เจ๊...ผมขอสามีเจ๊เหอะ แลกกัน ผมเอาสุดหล่อมา แล้วเจ๊เอาไอ้หัวฟูไปนะ โอเค๊?

แล้วคนตัวเล็กก็กระหนุงกระหนิงกับฮันเกิง ท่ามกลางสายตางุงงง(มั๊ง ...เพราะอาจจะชินตาไปแล้วที่ไอคู่นี้มันแอบเป็นชู้กัน เอิ๊กๆ)ของเหล่าเมมเบอร์ที่พึ่งทยอยกันเข้ามา ยกเว้นก็แต่สายตาคู่หนึ่งที่เปลี่ยนจุดยุทธศาสตร์ จากหลังเสามาเป็นหลังโหลปลาทองขนาดเล็กกว่ากล่องใส่รองเท้าเด็กแทน เฮ้อ~ สมองแกน่ะ เล็กกว่าสมองปลาในโหลนั่นซะอีก ไอฉ่อยเอ้ย! -*-;a

"อ่าวฮยอกแจ ไอกระสือมันหายไปไหนอ่ะ" อีทึกถามออกมาด้วยสายตาประมาณว่า...นะ ไม่อยากจะอธิบาย เพราะตอนนี้แต่งไม่ออก ง่วงอย่างแรง ...แล้วแกจะบ่นให้ได้อะไร

"กระสือ? อะไรอ่ะฮยอง" ฮยอกกี้ไม่เข้าจาย~

"ก็...กระสือชอบกินไก่ไง ฮ่าๆๆๆ"

"ก๊ากกกๆๆๆ"

"เหอะๆ" ฮยองเห็นหน้าผมเป็นอาร๊าย แง่มๆเดี๋ยวผมก็เด็ดปีกฮยองมาติดตัวเองเป็นไก่เทวดาซะหรอก เอ...ไม่ขำเนอะ เหอะๆ ขอหัวเราะอย่างขมขื่นให้กับตัวเองหนึ่งครั้ง

"โอ๊ะๆๆๆ ดูซิ... วันนี้ฮันฮยองซื้อเพื่อนนายมาเพียบเลย ทักทายหน่อยซิฮยอก" อย่ามาทำเป็นแบ๊วแล้วยิ้มแบบนั้นใส่ฉันนะ นายติดเชื้อเจ้าเล่ห์แบบนั้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน หนอยไอ้คู๊...ทำเพื่อนผู้ใสซื่อบริสุทธิ์ของฉันให้เป็นแบบนี้ เดี๋ยวแม่จะรีเซ็ตคะแนนในเกมส์ที่แกทำลายสถิติฉันให้หมดเลย...คอยดู!

ระหว่างที่ฮยอกแจกำลังกินข้าวต่ออย่างเมามันโดยไม่สนใจเสียงนกเสียงกาที่ดังขึ้นมาแกล้งตน อยู่ๆก็มีเสียงๆหนึ่งแทรกขึ้นมาดังๆ


เคร้ง!


ช้อนและส้อมร่วงลงกระทบจานกระเบื้องสีขาวตามแรงโน้มถ่วง ที่มีค่าประมาณเก้าจุดแปดเมตรต่อวินาทีกำลังสอง เม็ดข้าวในปากก็เกือบจะร่วงตามลงไปด้วยแล้ว แต่ยังดีสามารถตะปบปากติดไว้ได้ทัน ราวกับรูหูนั้นถูกอุดด้วยขี้หูจนล้นทะลัก พยายามเขี่ยและควักมันออกมาโทษฐานที่มันบังอาจมาขวางทางเดินเสียง ร้องห๊ะออกมาเสียงดังอย่างไม่เชื่อในคลื่นที่มันสามารถทะลวงทางอุดตันนั้นไปได้

"อะ...อะไรนะฮะ?"

"ก็...ช่วงนี้เริ่มหนาวแล้ว ระวังเป็นไข้ด้วยล่ะ...น้องรัก" รู้มั๊ยว่านี้เป็นเสียงใคร? นั่นแหละ!คนที่คุณคิดเลย วันนี้เจ๊แกคงกินยาไม่เขย่าขวดจริงๆใช่มะ ดูนั่นเดะ บนหัวมีวงแหวนนางฟ้าด้วยอ่ะ กิ๊บกิ๊ว~

"ขอบคุณฮะ" ร่างบางยิ้มหวานให้เป็นการขอบคุณ วันนี้ท่าทางจะมีโชคแฮะ เจ้าหญิง(หรืออสูรกาย?)แห่งวงอุตส่าห์เป็นห่วงด้วย! แต่ฮยอกแจคงจะดีใจอยู่ได้ไม่นาน ทันทีที่ได้ยินประโยคถัดไป เหงือกที่บานอยู่ก็หุบลงแทบจะทันที

"เป็นไข้หวัดนกน่ะ ก๊ากกกๆๆๆ" ไอวงแหวนเมื่อกี้มันกลายเป็นเขามัจจุราชไปในบัดดล แกล้งผมกันนี่มันสนุกมากใช่มะขอถามหน่อยเหอะ ชิ! ผมงอนแล้ว!!

.

.

.

"โอ๋ๆ อย่างอนเลยนะฮยอก"

"..." เออ ก็ได้วะ นานๆทีจะทีคนมาง้อซะที =__________=

"เพราะเวลานายงอนแล้ว หน้านายเหมือนแม่อุคกี้เข้าไปใหญ่เลยน่ะ"

"ก๊ากกกกๆๆๆๆ" พวกมันขำอะไรกันอ่ะ หน้าผมเหมือนคุณนายคิมแล้วมันน่าขำตรงไหนหรอ? แต่...มันทะแม่งๆเนอะว่ามั๊ย และจากสมองซึ่งเต็มไปด้วยรอยหยักยั้วเยี้ยของข้าพเจ้าค่อยๆประมวลผมออกมาช้าๆ

แม่อุคกี้ --> แม่ลูกเจี๊ยบ - -> ไก่

ว๊ากกกกกกกก! นายว่าฉันหรอไอปลาทอง กลับลงโหลกล่องรองเท้านั่นไปเลยไป๊!!

"ก๊ากกกกๆๆๆ" เออ...ขำได้ขำกันเข้าไป ถึงเวลา...ไอไก่คนนี้เอาคืนแน่! ยัยพวกสมาคมแม่บ้านสามีเด็ก!!

"นี่ หยุดหัวเราะกันซะทีเหอะ สงสารน้องมัน" กร๊าดดด~ สุดหล่อของฮยอก มามะให้ฮยอกกี้คนนี้กอดหน่อย แต่เออ...ไม่เอาดีกว่า สายตานางพญามารที่ส่งมาเล่นเอาผมสยอง ไม่เสี่ยงครับ ลีฮยอกแจไม่อยากตายแบบศพไม่สวย บรึ๋~ย

"อ่ะ! ง่าา~ เจ็บนะฮยอง" มือบางลูบแก้มตัวเองป้อยๆ พองลมออกจากแก้มเล็กน้อย ด้วยเหตุจากว่าฮีโร่ของตนแอบมาหยิกแก้มตอนเผลอ ...งือ~เดี๋ยวแก้มผมเสียทรงหมด

"ฮ่าๆๆ" ง่ะ ยังจะมาขำอีก เห็นว่าหล่อหรอกนะถึงให้อภัยน่ะ คิกคิก

"พอได้แล้วทุกคน! หยุดแกล้งไก่ผมซะที ผมก็หวงของผมนะ" ได้ฤกษ์แกออกมาพิทักษ์เด็กน้อยผู้น่าสงสารคนนี้แล้วหรอ ไม่มาช่วยซะพรุ่งนี้เลยล่ะ ยังทันนะ

"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ~~" ยังไม่ยอมหยุดหัวเราะกันอีกหรอครับ เห็นหน้าผมหนาๆแบบนี้ก็มีโหมดเขินกับเค้าเหมือนกันนะ...คนอย่างอึนฮยอกก็อายลิงเป็นนะ!

"ฮันฮยอง..." ซีวอนเดินย่างสามขุมเข้ามาหาฮันเกิงด้วยใบหน้าเรียบเฉย แถมยังกดเสียงให้ต่ำเข้มลงดินจากเดิมเข้าไปอีก คิดว่าเก็กแบบนั้นแล้วหล่อขึ้นหรือไง เหอะ!

"มีไรหรอ"

"เมื่อไหร่ฮยองจะเลิกยุ่งกับไก่ผมซะทีอ่ะ ถ้าไม่เลิกเดี๋ยวผมก็จับฮยองทำเคะซะเลยหนิ" เรียบเฉย...จริงๆ ดูม๊านนน~ จะจับฮันฮยองกรูทำเคะแกหรอ ถ้าเมิงทำแบบนั้น กรูจะให้ปรี๊หมีจับเมิงทำเคะบ้างคอยดู! เรื่องหน้าเจอกันแน่ ฮันย๊อก & คังวอน!! ฮึ!!

"ลองดูเดะไอฉ่อย แกได้ตายก่อนกินไก่แน่" สายตากินเลือดกินเนื้อส่งมาปักหัวซีวอนเข้าอย่างจัง อ่ะ! ไม่ใช่ผมนะ ดวงตาอันแสนอ่อนหวานของผมไม่สามารถถลึงได้โหดร้ายเยี่ยงนั้นหรอก

"โถ่~เจ๊ เอาเจ๊อีกคนด้วยก็ได้ 3Pไปเลยเป็นไง" ไอ้ปัญญาอ่อนเอ๊ย! สมองหรือปลาตีนห๊ะนั่น เดี๋ยวเมิงก็ม่องเท่งพอดี เอาศาลาไรล่ะเดี๋ยวจองให้ แล้วฉันจะจัดพวงหรีดให้สวยๆนะ

"อย่างงี้ค่อยน่าฟังหน่อย" อ่าวเฮ้ย! ซะงั้น อสูรกายตัวเมื่อกี้มันแปลงร่างเป็นเด็กหนุ่มผู้อ่อนต่อโลกได้ในพริบตา โถ๋~ คนเรา =________________=a


- - -


"อ่ะ ฮยอง" ขนมชิ้นควายถูกยื่นมาจ่อปากฮยอกแจที่อ้าปากรอ ตายังคงจดจ่ออยู่กับจอทีวีอย่างไม่ลดละ นิ้วมือกดปุ่มบังคับคาแรกเตอร์ในจอด้วยความชำนิชำนาญ

"นี่…ยัดให้ตรงๆปากหน่อยเซ่!" ไอนี่หนิ จะป้อนก็ป้อนให้มันดีๆหน่อยไม่ได้หรือไงฟร่ะ เดี๋ยวก็กัดเลย แง่มๆ

"โถ่ ฮยองอ่า ถ้าฮยองเลิกเล่นแล้วหันมากินดีๆ ก็เข้าปากแล่ว" อ่าวงอน กรูผิดว่างั้นเหอะที่เห็นเกมส์สำคัญกว่าเมิง หยุดทำหน้าเหมือนกรูไปฆ่าใครตายแบบนั้นได้มะ กรูก็มีจิตสำนึกเหมือนกันนะ

"จะป้อนมะ" นิ้วเรียวกดpauseเกมส์ไว้ แล้วหันมาเท้าเอวมองหน้าซีวอนอย่างเอาเรื่อง

"ป้อนคร้าบบบบ~" ให้มันได้อย่างงี้เซะ =____________________=


เมื่อเวลาผ่านไปพอสมควร ไม่ต้องสนใจว่ามันจะผ่านไปกี่นาที กี่วินาที สนใจแค่ว่ามันผ่านไปก็แล้วกัน หลังจากขนมหมด จานก็ว่าง ปากก็ว่าง …อยากกินไอติมอ่ะ

"ฉ่อย…"

"…"

"ฉ่อย…"

"…"

"ฉ่อย!"

"…"

"ไอ้ฉ่อย!!"

"…"

ในที่สุดความอดทนที่มีอยู่น้อยนิดก็หมดลง ร่างบางกดหยุดเกมส์ไว้อีกครั้ง ก่อนจะหันไปหาคุณชายที่กำลังยิ้มแป้นรอรับคำด่าอยู่

"เน่! ทำไมฉันเรียกแล้วไม่ขานหะ!"

"เรียกใครล่ะ" น่าน...มันลอยหน้าลอยตาตอบโดยไม่หวั่นเกรงต่อสิ่งใด ปลายคิ้วผมกระตุกตะหงิดๆ

"เรียกนายไง!" จิกตามองด้วยอัตราความโหดอันเป็นเพียงปริมาณสเกลาร์ ไม่รู้ทิศทาง มีเพียงขนาดอันน้อยนิด ...ไม่สามารถครับไม่สามารถ โหดไม่ขึ้นจริงๆ เพราะผมเป็นเพียงเด็กหนุ่มผู้บอบบางเท่านั้น...

"ผมยังไม่ได้ยินฮยองเรียกผมซักคำ"

"ฉันเรียกนายไปหลายรอบแล้วนะ"

"ไม่เห็นได้ยินเลย ได้ยินแต่เรียกฉ่อยๆๆ ฮยองเรียกยามหน้าประตูหรอ"

"ก็เรียกนายนั่นแหละ" -*-

"ไรอ่ะ ผมก็มีชื่อของผมนะ" ลองจินตนาการ...ผู้ชายที่ดูท่าจะแมนที่สุดในวง ใบหน้าหล่อคมคาย แขนแกร่งมีกล้ามเป็นมัดๆ หน้าท้องมีซิกแพคเรียงตัวกันอย่างสวยงาม นั่งพองลม กอดอก งอนตุ๊บป่อง ด้วยท่าทีอันน่ารักน่าชัง...ซะเหลือเกิน

"ซีวอน..." หลังจากอาการอึ้ง ทึ่ง เสียวได้จบลง ฮยอกแจก็กัดฟันปั้นเสียงหวานเรียกชื่อชายหนุ่มตามต้องการ

"อ่า~ครับ มีอะไรให้สุดหล่อคนนี้รับใช้" ดวงตาพราวเป็นประกาย นั่งพับขารอรับคำสั่งอย่างตั้งอกตั้งใจ นี่ถ้ามีหางคงจะสั่นดิกๆไปแล้วล่ะมั๊ง ฮ่าๆ

"ไปเอาไอติมในตู้เย็นให้หน่อยจิ"

เจ้าหมาน้อยอยู่นิ่งซักพัก คิ้วขมวดมุ่น เหมือนกำลังจะวางแผนการใหญ่ในใจ แล้วอยู่ๆก็สะดุ้งตัวขึ้นมาคล้ายกับเจ้าเข้าทรง ทำเอาคนที่นั่งจ้องอยู่อดจะสะดุ้งตามไม่ได้ ตาเรียวเล็กมองตามมือหนาที่ยกขึ้นจิ้มแก้มของตัวเองที่ป่องออกมา กดย้ำจึกๆสองสามที พร้อมกันรอยยิ้มหวานที่คลี่มาบดเบียดดวงตาคมให้หยิบหยี

"อื้อ!"

"ไร" ผมถามๆไปงั้นแหะ เพราะคนอย่างเจ้านี่น่ะ แค่มองปลายติ่งหูก็เห็นไปถึงลำไส้ใหญ่แล้ว เอ๊ะ! นั่นอะไรน่ะ ผมเห็นวิลลัสมันด้วยล่ะ

"ค่าเดิน"

"..." =*=

"เร็วๆฮยอง จ่ายสด งดเชื่อ เบื่อทวง ถ้าช้าเดี๋ยวดอกมันจะเพิ่มนะ" ขู่ฉันเรอะ คิดว่าฮยอกคนนี้จะทำตามหรือไง ...ฝันไปเหอะ!


ฟอด!


"ไปเอามาได้แล่ว" แต่ในเมื่อเห็นแก่ไอติม ยอมนิดยอมหน่อยคงไม่เสียหายเนอะ

"รับบัญชาครับที่รัก" ร่างสูงแบะมือทำท่าตะเบ๊ะพร้อมกับวิ่งหายไปด้วยอารมณ์ลั่นล้า ออร่าแห่งความสุขส่องสว่างจนแสบตา ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับไอติมรสโปรดของผู้บังคับบัญชา "มาแล้วคร๊าบบ~"

"เย่ๆไอติม~ แต๊งกิ้วมากไอน้อง" เมื่อไอติมสีแดงแปร๊ดได้ออกมาเผยโฉมภายนอกห่อพลาสติกใส คนตัวเล็กก็ไม่รอช้า จัดการยัดมันเข้าไปในปาก แล้วจึงหันไปเล่นเกมส์ต่ออย่างมีความสุข

"ฮยอง~"

"อะไออีกอ่ะ" พูดไปทั้งๆที่ไอติมยังคาอยู่ที่ปาก ตายังคงจ้องอยาที่จอ มือยังจับอยู่ที่ปุ่มบังคับ

"ขอคำนึงดิ"

"อ่ะเอาไออิ" เบี่ยงหน้าให้เล็กน้อย นอกนั้นยังคงอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

"..." เน่! จะกินก็รีบๆดึงออกไปเซ่ เดี๋ยวก็ไม่ให้กินซะเลยไอนี่

"อะเอาไอ่เอา"

"เอา...แต่เอาคำว่ารักนะ"


ตุบ!


พลวด!


แผละ!!


จอยส์ในมือและไอติมในปากถึงกับพุ่งออกมาตีลังกาแปดตลบ และร่วงลงพื้นอย่างสวยงาม 9.2 8.5 9.7 อาการช็อกประทะเข้ามากระแทกจนหน้าชา มันช่างกล้าอะไรเช่นนี้ แล้วยังไม่พอ ยังจะมีหน้ามาหนุนตักหลับตาพริ้มอีก ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยใช่มั๊ย

"ฮยองเล่นต่อไปเหอะ ผมนอนและ" ซีวอนซุกหน้าลงกับหน้าท้องอีกคน แต่ฮยอกแจกลับไม่ได้สนใจมัน เรียวตารีหรี่มองสิ่งที่อยู่บนพื้นอย่างเสียดาย เงยหน้าขึ้นพลางมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าปลอดโปร่ง ก็เอื้อมหยิบสิ่งนั้นขึ้นมา ป้ายฝุ่นที่เกาะอยู่บนไอติมกับเสื้อขาวของคนบนตัก แล้วยัดเข้าปากอีกครั้งอย่างอารมณ์ดี ฮิๆ




"ฮยองอ่า~" เรียกอีกเเละ จะนอนก็นอนไปเซ่ ขัดความสุขจริงๆเลย "ผมเล่นด้วยจิ" ร่างสูงลุกขึ้นจากตักนิ่มเเล้วเอาหัวฟูๆมาไว้บนไหล่เล็ก ส่งสายตาวิ้งๆเเบบฉบับของตัวเองมาให้ "น้า~"


พรึบ!


เลือดทั้งตัวพากันวิ่ง4x100มาที่ใบหน้าใส ...ให้ตายเถอะโรบิน! อย่ามาน่ารักเเถวนี้ได้ม๊ายยย ถ้ากรูเส้นเลือดฝอยเเตกตายจะทำยังไงห๊ะ เดี๊ยะ เดี๋ยวเปลี่ยนสังกัดเลยหนิ หุหุ เเต่ตอนนี้ขออายก่อนละกัน

"น้าาาา~นะๆๆ" ทำตาซะละห้อยเชียวนะ

"อะ...เอ่อ! อยากเล่นก็ไปต่อจอยส์ไป" พอร่างบางอนุญาตปุ๊บ ร่างสูงก็ไปต่อสายปั๊บ ดังนั้นตอนนี้ฮยอกเเจจึงได้ตำเเหน่งเป็นplayer1 เเละซีวอนเป็นplayer2ตามลำดับ


Start~!


Round 1
.

.

[Draw]


Round 2

.

.

[Draw]


Round 3

.

.

[Draw]


เสมออีกแล้วเรอะ ฝีมือผมมันด้อยพัฒนาหรือว่าไอโข่งมันเก่งกันฮะ กรูไม่เคยเห็นเมิงเล่นเกมส์เลย แล้วเมิงเก่งมาจากไหนวะ นอยนะเว้ย!

"เสมอกันตลอดเลยอ่ะ" เออ อย่าตอกย้ำได้มะ กรูรู้แล้วหน่า

"แล้วไง?"

"มาทำให้มันตื่นเต้นกว่านี้หน่อยเอามะฮยอง" แววตาแบบนั้น อย่าคิดว่ากรูไม่รู้นะเว้ยว่าเมิงคิดอะไรอยู่ ระยับวิบวับเชียวนะ แต่ก็ขอลองฟังหน่อยแล้วกัน ว่ามันจะมีข้อเสนออะไรนอกเหนือจากเรื่องที่แววตามันบอกหรือปล่าว

"ทำไร?"

"ก็...ถ้าผมชนะ ผมได้หอมแก้มฮยอง แล้วถ้าฮยองชนะ ฮยองก็ได้หอมแก้มผม โอเคป่ะ" โอเคกะผีแกดิ แน๊ะ!ยังจะมีหน้ามายิ้มให้กับความคิดอันชาญฉลาดของตัวเองอีก คิดได้ไงอ่ะ ตัวเองมีแต่ได้กับได้ แต่กรูมีแต่เสียกับเสีย แฟร์มากมาย ความยุติธรรมมันอยู่ตรงไหน หรือมันมีไว้แค่ประดับชื่อกระทรวงเท่านั้นหะ!

"เหอะๆแกเล่นไปคนเดียวเหอะ ฉันไปแล้ว" พูบจบก็ลุกขึ้นเดินออกมา แต่ก็ถูกฉุดไว้ด้วยคำพูดอันสุดแสนจะเจ็บปวด...บาดลึกแสนสาหัส

"หรือว่า...ป๊อด" นั่น! มันจี้จุดอ่อนของลีฮยอกแจเข้าอย่างจัง ราวกับมีมีดเป็นพันๆเล่มพุ่งปักเข้ากลางใจอันแสนบอบบาง เฉือดเฉือดให้กล้ามเนื้อที่เต้นตุ๊บๆอยู่นั่นทรมานเจียนตาย...

...โหดร้าย...

คนอย่างลีฮยอกแจทอดได้ หยามไม่ได้เว้ย!!!

"เออ! ก็ได้ แล้วอย่ามาร้องไห้ทีหลังแล้วกัน!" แล้วจะได้เห็นดีกันที่บังอาจมาดูถูกกรู ไอห้อยเอ๊ย!! แต่...ใครกันแน่ที่จะร้องไห้?


Start!


Round1

.

.

[Player 1 win]

ฟอดดดด!!!


Round 2

.

.

[Player 1 win]

ฟอดดดดดดดดดด!!!


Round 3

.

.

[Player 2 win]

ฟอดดดดดดดดดดดดดดดด~!!


Round n

.

.

[Player 1(2) win]

ฟอดดดๆๆๆๆ!!!


Round n+1
.

.

[Draw]


??

"เสมออ่า" ชายหนุ่มบ่นอย่างสลด ไม่ได้เตรียมแผนนี้ไว้ด้วยซิ ทำไงดีล่ะทีนี้... ซีวอนนั่งทอดอารมณ์มองคนตัวเล็กที่นั่งแก้มบวมด้วยแววตาละห้อย

"ฟรี!!~" ส่วนอีกคนก็ตาเป็นประกายสดใส ตบมือชอบอกชอบใจแหกปากโวยวายร้องเฮลั่นบ้าน

"ไม่ๆๆ ผมไม่ยอมนะ"

"ไรอีกล่ะก็เสมอนี่"

"แล้วจะฟรีได้ไงอ่ะ"

"ก็นายไม่ได้บอกหนิว่าเสมอแล้วต้องทำไง งั้นก็ฟรี~" แบร่~

"ผมก็จะบอกแล้วนี่ไง" แต่แล้วรอยยิ้มอันชั่วร้ายก็ปรากฏบนใบหน้าเจ้าเล่ห์อย่างเคย ลมหายใจที่เป่ารดใบหูพึ่งทำให้ฮยอกแจสำเหนียกได้ว่าไอคุณชายมันมาเนียนนั่งซ้อนหลังอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน อยากจะออกแรงขืนไปแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะโดนล็อกเอวอยู่อย่างนั้น เลยต้องจำใจนั่งนิ่งรอฟังสิ่งที่คนข้างหลังจะพูดออกมา "ก็ถ้าเสมอ...เราก็จุ๊บๆกันไง"



ปั๊ก!


โคร่ม!!


ร่างควายๆของซีวอนกระเด้งลมพื้นอย่างแรงด้วยการกระแทกสุดตัวของคนในอ้อมกอด ร่างสองร่างลงไปกองอยู่กับพื้นข้างโซฟาสีอ่อน ฮยอกแจลุกพรวดขึ้นมาเต็มตัว ก่อนจะเอาเท้ายันอกชายข้างใต้ไว้

"โว๊ยยย! มากไปแล้วเว้ย!! ถ้าแกชนะไอคู๊ได้ ฉันให้แกกดเลย!!" ...อ๊ากกกกกกก ผมพูดอะไรออกไป แต่ช่างมันเหอะ ขนาดผมยังหืดขึ้นคอ มันทำไม่ได้หรอก โฮะๆๆ


- - -


เช้าวันต่อมา เหล่าสมาชิกซูเปอร์จูเนียร์ต่างพร้อมหน้าพร้อมตากันที่ห้องนั่งเล่น ราวกับจะมาประชุมสภาก็มิปาน ขาดก็แต่ฮยอกแจที่ยังคงแฮงค์กับบอลคู่เมื่อคืน กลางวงมีชายหนุ่มหน้าตาดีสองคนนั่งประจันหน้ากันอยู่หน้าทีวี ในมือถืออาวุธประจำกาย แววตามาดมั่นปะทะกันจนเกิดประกายไฟเปรี๊ยะๆ เสียงเชียร์รอบข้างจุดให้กองไฟนั้นหึกเหิมขึ้น

เหล่าลูกสมุนทั้งหลายต่างแบ่งแยกออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน โซฟาสีครีมตัวยาวที่ถูกยกหันมาประจันหน้ากันอัดแน่นไปด้วยลูกลิงทั้งสิบเอ็ดคน มีเพียงหัวหน้าลิงคนเดียวเท่านั้นที่ยืนอยู่ตรงกลาง เพื่อทำหน้าที่เป็นพิธีกรการแข่งขัน และควบด้วยกรรมการตัดสินไปในตัว

และด้วยความไม่ลำเอียงแต่อย่างใดของไอคนแต่ง ชายสิบสามสุดหล่อนั่งกระหยิ่มยิ้มย่องโดยมีสุดที่รักของมันเอาอกเอาใจอยู่ข้างๆ โดยที่ฝั่งตรงข้ามมีชายผู้ท้าชิงนั่งมองด้วยสายตาอาฆาตแค้นที่ไม่มีใครอยู่ข้างกาย จนในที่สุดเข็มวินาทีของนาฬิกายักษ์บนกำแพงใกล้ๆก็เคลื่อนกายผ่านเลขสิบสอง เป็นสัญญาณเริ่มการแข่งขันพร้อมๆกับเสียงพี่ใหญ่ที่ตะโกนขึ้นเริ่มเกมส์

ทันทีที่ออกสตาร์ท คาแรกเตอร์สองตัวก็พุ่งตัวเข้าใส่กันทันที ตีศอกส่งเข่าใส่กันไม่ยั้ง ขาสองฝ่ายตวัดฟาด พร้อมๆกับที่คนนอกจอกำลังรัวนิ้วอย่างเคร่งเครียด คิ้วเรียวสองคู่ขมวดกันเป็นปมแน่นเมื่อไม่มีท่าทีว่าฝ่ายใดจะแพ้ชนะ หมัดซ้ายฮุกออก หมัดขวาเสยขึ้น มีเพลี่ยงพล้ำกันไปบ้าง แต่ก็ลุกขึ้นตั้งหลักใหม่ได้ จนในที่สุด...


[Player 1 win]


"..." อึ้ง...เงียบ...ทุกอย่างนิ่งสงัด เดี๋ยวก่อนนะ แล้วใครเป็นPlayer 1ล่ะเล่นกันมาตั้งนานยังไม่รู้เรื่องเลย เอาล่ะขอดูก่อนนะ

มุมแดง Player 1 : ชายหนุ่มที่มีดีกรีเป็นคุณชายของวง รูปหล่อ พ่อรวย ซิกแพคอันเป็นลอนงามใต้เสื้อยื้ดสีขาวพอดีตัวนั้นเสริมให้เขาดูหล่อขึ้นเป็นกอง ชายผู้ซึ่งไม่เคยมีใครสามารถหยุดลักยิ้มทลายทรวงของเขาได้ และนั่นก็คือ เจ้าพ่อแป้งเย็นของเรานั่นเอง...ชเว-ซี-วอน~!

มุมน้ำเงิน Player 2 : หนุ่มน้อยลักกี้ ผู้มีรอยยิ้มอันบาดใจ ยามใดที่เขาแสยะยิ้ม... ยามนั้นจะมีทะเลเลือดกำเดาปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ตัว และที่สำคัญความเจ้าเล่ห์อันเป็นอาวุธลับสำคัญของเขา สามารถปกปิดไว้ได้ด้วยใบหน้าเอ๋อนั้นได้อย่างชาญฉลาด และเขาก็คือ น้องสิบสามของเรานั่นเอง...โจ-คยู-ฮยอน~!

"เย่~~~!!" เสียงมุมแดงที่รู้ผู้เล่นชัดเจนแล้ว เฮดังสนั่นในชัยชนะที่ได้รับ และก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ร่างบางเดินขยี้ตางบันไดมา พยายามเบิ่งตาเข้าไปในความวุ่นวาย สาเหตุที่ทำให้เขาต้องถ่างตาตื่นมาแบบนี้ ปรากฏเป็นคยูฮยอนนั่งหมดแรงอยู่ในอารมณ์ช็อกโลก โดยมีสมาชิกเกือบห้าคนนั่งร่วมโหมดเดียวกัน ส่วนอีกด้านเป็นซีวอนพวกที่เหลือกำลังกระโดดโหยงเหยง โวยวายเสียงดังกันอย่างสนุกสนาน ทันทีที่ชายหนุ่มร่างสูงเห็นเขา ก็พุ่งตรงมาคว้าเอวลากกลับขึ้นข้างบนทันที

"เฮ้ย! ทำไรวะ" ซีวอนผลักคนตัวเล็กลงกับเตียง แล้วตามขึ้นทาบทับด้านบน


"กด" ทั้งน้ำเสียงแหน้าตาดูไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งใด ...ด้านได้อีก

"ว๊ากกกก~! ไปไกลๆ" ฮยอกแจพยายามดิ้นรนออกจากร่างควายๆอย่างยากลำบาก เบี่ยงใบหน้าแดงระเรื่อออกจากรัศมีริมฝีปากอิ่มที่กำลังลุกไล้มา

"ไรอ่ะ ฮยองยอมแล้วหนิ"

"ฉันไปยอมนายตอนไหน" ร่างสูงทำหน้าเหมือนเซ็งดวงจันทร์ที่มันยังคงทำหน้าที่ขึ้นทางทิศตะวันออกอยู่ทุกวัน เอื้อมมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบก้อนอะไรไม่รู้สีดำๆเทาๆออกมาวางบนเตียง


ติ๊ด!


'โว๊ยยย! มากไปแล้วเว้ย!! ถ้าแกชนะไอคู๊ได้ ฉันให้แกกดเลย!!' เฮือก! เสียงคุ้นๆเนอะว่ามั๊ย ผมเคยพูดแบบนั้นด้วยเหรอ

"แล้วเมื่อกี้เห็นมั๊ยในจอ" เพื่อกันผมไม่รู้เรื่อง มันก็อุตส่าห์ให้สมาชิกคนใดสักคนแถวนั้นถ่ายวีดีโอให้ดูทุกช็อตทุกตอน ตั้งแต่ต้นจนจบไม่ขาดไม่เกินเลยแม้แต่วินาทีเดียว "ว่าไง?"

"Player 1 ชนะ ...แล้วไงอ่ะ?" ก็ไม่เห็นมีไรเลย ก็แค่...ชนะ?

"แล้วใครล่ะ" ซีวอนเอ่ยด้วยน้ำเสียตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกายวิบวับ แต่ฮยอกแจก็ยังคงปั้นหน้างงอยู่เช่นเดิม เกาหัวแกรกๆอย่างไม่เข้าใจ

"ก็นายไง นายชนะ...เฮ้ย!!" แล้วก็ถึงบางอ้อ มันชนะไอคู๊มันจริงๆ! ได้ไง ได้ไง~! ย๊ากกกก~ ผมขอถอนคำพูด ไม่จริงใช่มั๊ย ไม่จริง~

"ฮยองไม่รอดผมหรอกวันนี้ หุหุ"

"ว๊ากกกกกกก~ ช่วยดะ...อืม~…"


จบ!


แถมๆ

ในช่วงเย็นก่อนวันแข่ง กลางห้องนั่งเล่นรวมอันเป็นที่สิงสถิตของเหล่าเมมเบอร์ทั้งหลาย มีชายหนุ่มสองคนกำลังนั่งคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คิ้วเรียวขมวดมุ่นจนเป็นปมใหญ่ ไร้ผู้คนจะมาสนใจ เพราะไม่มีใครอยู่บ้านกันเท่าไรนัก กล่องใบไม่เล็กไม่ใหญ่ถูกเลื่อนให้เด็กหนุ่มผู้มีอายุน้อยที่สุดในบ้าน ตบด้วยการฉีกยิ้มจนเกิดเป็นลักยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตน คยูฮยอนตรองอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเอื้อมไปรับ หากแต่จู่ๆก็มีเสียงสุดที่รักของตนขัดขึ้นเสียก่อน แทนที่จะเรียกเขา แต่กลับถามชายอีกคนเสียได้

"ทำอะไรอยู่น่ะซีวอน"

.

.

.

"...ใต้โต๊ะ..."


จบเหอะ~!

Author 's talk : เป็นไงบ้าง อ่านเอาขำนะเรื่องนี้ ช่วงนี้กำลังอารมณ์ดี
โลกดูจะสดใสไปหมด มีคนถามผมว่า...มีความรักหรอ เอิ๊ก~ ไม่มีหรอกแต่มันอารมณ์ดี
ช่วงนี้มีแต่เรื่องดีๆเข้ามา การบ้านดูน้อยลง เพราะปั่นเสร็จหมดแล้ว
แต่วันนี้แอบซวยเล็กน้อย คือประมานว่าจะกระโดดลงแสตนด์ แต่เสียหลักล้ม ตอนนี้เลยเจ็บเข่าอยู่นั่นเอง ฮ่าๆๆ มันเป็นความซุ่มซ่ามส่วนตัว

เฮ้อ~ พล่ามเรื่องตัวเองมามากแล้ว พูดถึงฟิกเรื่องนี้หน่อยแล้วกัน
เรื่องนี้มันมีแรงบันดาลใจมาจากฟิกของเพื่อนเรื่องนึง เห็นเพื่อนแต่ง เลยอยากแต่งมั่ง ฮ่าๆๆๆ
มันก็เลยออกมาเป็นน้ำๆแบบนี้ ไม่มีสาระอะไรมากนะ เอาหนุกๆ อย่าซีเรียดนะ เอิ๊กซ์ (แอบเมา)
รู้หรือป่าวสิ่งที่อยากที่สุดของฟิกเรื่องนี้คืออะไร... เฉลย ตั้งชื่อเรื่อง!!
มันยากแสนสาหัส ไม่รู้จะตั้งอะไรดี ก็เลยได้ด๋อยๆออกมาแบบนี้นะ ฮ่าๆๆ
พอเถิด พล่ามมามากมาย เอาล่ะ...หวังว่าจะสนุกกับฟิกเรื่องนี้นะฮะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน และเม้นให้กำลังใจ
เรื่องต่อไปจะพัฒนาฝีมือขึ้นเรื่อยๆ อยากได้คู่ไหนจัดมา ถ้าไม่แปลกจนน่ากลัวมาก เด๋วจัดให้
แต่เรื่องหน้าอ่ะ เอาจริงนะฮันย๊อกอ่ะ แต่ไม่คังวอนอ่ะ เพื่อนมันไม่เอา โฮกกกกก~

ขอบคุณมากฮะ *ยิ้มหวาน~*